น้ำยาแอร์ใช้ทดแทน R22 สูตรประหยัดพลังงานและวิธีการใช้

02/08/2018

สรุปวิธีการใช้สารทดแทน R22 ในเครื่องปรับอากาศระบบ R22 ชนิดไม่ทำลายโอโซนและช่วยประหยัดไฟ 15-25%


วิธีการใช้งานและขั้นตอนการบรรจุสารทำความเย็น
BPX-55™และ F-9000™
 
1.ให้ทำการดูดถ่ายสารทำความเย็น (ต่อไปเรียกว่า “น้ำยาแอร์”) เดิมคือ R22 หรือR407c ออกจากระบบเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องทำความเย็น (ต่อไปเรียกว่า “ระบบ”) ทั้งหมด
 
2.ให้ทำสุญญากาศระบบก่อนทำการบรรจุน้ำยาแอร์ BPX-55 (ผลิตภัณฑ์อนุสิทธิบัตรของ บริษัท บูรณิน อินดัสทรี จำกัด) เข้าแทนที่น้ำยาแอร์ชนิดเดิมคือ R22 หรือ R407c แบบ Deep Vacuum
 
3.ในกรณีที่ระบบเดิมใช้สารหล่อลื่น (ต่อไปเรียกว่า “น้ำมันคอม”) ชนิดน้ำมันแร่หรือ Mineral Oil(ต่อไปเรียกว่า “น้ำมันคอม MO”) ให้ทำการถ่ายน้ำมันคอมฯ MO ออกจากระบบทั้งหมดเสียก่อนจากนั้นจึงทำการเปลี่ยนให้เป็นน้ำมันคอมฯ ชนิดสังเคราะห์ POLYOL ESTER (ต่อไปเรียกว่า “น้ำมันคอม POE”) เพื่อให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพจากการเลือกใช้น้ำมันคอมฯ POE ที่มีความคงตัวหรือมีความสามารถในการละลายและรวมตัวเข้ากันได้ดีกับน้ำยาแอร์ชนิด HFCs หรือ BPX-55™ ที่กำลังจะใช้ทดแทนนี้
 
4.สำหรับระบบที่มีการเดินท่อน้ำยาแอร์ระยะไกลและไม่แน่ใจว่าน้ำมันคอมฯ MO ได้ถูกถ่ายเทออกจากระบบเต็มร้อยหรือไม่ เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำมันคอม MO เดิมจะไม่ปนเปื้อนกับน้ำมันคอม POE ซึ่งมีคุณสมบัติไม่เข้าพวกกันและอาจทำให้น้ำมันคอมทั้งสองแปรสภาพกลายเป็นวุ้นขึ้นภายในระบบจนอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อระบบและการทำความเย็นล้มเหลวได้ในภายหลัง แนะนำให้ใช้น้ำยาล้างระบบความดันสูงภายในระบบเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น F-9000 (ผลิตภัณฑ์อนุสิทธิบัตรของ บริษัท บูรณิน อินดัสทรี จำกัด) (ต่อไปเรียกว่า “น้ำยาล้างระบบแอร์ความดันสูง F-9000”) เพื่อชำระล้างคราบเขม่า, คราบน้ำมัน MO, คราบยางเหนียว, สิ่งสกปรก, ความชื้นภายในระบบ ด้วยวิธีการถ่ายเทนำน้ำยาล้างระบบความดันสูง F-9000 นี้ออกจากภาชนะบรรจุในรูปของของเหลวเท่านั้นและให้นำไปล้างชิ้นงานหรืออุปกรณ์ภายในระบบโดยวิธีแยกล้างเป็นชิ้นงานต่าง ๆ ได้ อาทิ คอยล์เย็น, คอยล์ร้อน, คอมเพรสเซอร์หรือชิ้นส่วนท่ออลูมิเนียม, ท่อทองแดง, ท่อเหล็ก ยกเว้นชิ้นงานอีเล็คทรอนิคส์ โดยที่ต้องทำการล้างแบบแยกชิ้นส่วน, อุปกรณ์และกระทำในขณะที่ระบบไม่มีการเดินเครื่อง
 
5.ในการถ่ายเทน้ำยาแอร์ BPX-55หรือน้ำยาล้างระบบความดันสูง F-9000(ต่อไปรวมเรียกว่า “น้ำยา”) เพื่อนำไปใช้งานทุกครั้งต้องทำการถ่ายน้ำยาออกจากภาชนะเหล็ก, ท่อเหล็ก หรือถังเหล็ก (ต่อไปรวมเรียกว่า “ภาชนะ”) ในรูปของ “ของเหลว” เสมอ โดยมีข้อสังเกตแยกตามประเภทของภาชนะดังต่อไปนี้
               
5.1) ภาชนะ“ไม่มีไส้ท่อหรือหลอดนำน้ำยาอยู่ภายใน มีวาล์วควบคุมเพียงวาล์วเดียวและเป็นวาล์วขึ้นรูปชุดเดียว มีทางเข้าออกของน้ำยาเพียงทิศทางเดียว ภาชนะและวาล์วมีลักษณะแข็งแรงพอประมาณ” ให้ยกภาชนะให้อยู่ในลักษณะกลับหัวในทิศทางตรงกันข้ามเพื่อบังคับให้น้ำยานั้นไหลออกจากภาชนะสู่บรรยากาศในรูปของ “ของเหลว”
               
5.2) ภาชนะ“มีไส้ท่อหรือหลอดนำน้ำยาอยู่ภายใน มีวาล์วควบคุมสองวาล์วคือมีวาล์วควบคุม “ก๊าซ” และวาล์วควบคุม “ของเหลว” และเป็นวาล์วขึ้นรูปชุดเดียว มีทางเข้าออกของน้ำยาเพียงทิศทางเดียว ภาชนะและวาล์วมีลักษณะแข็งแรงและทนทาน” ให้เลือกวาล์วที่บังคับเปิดน้ำยาออกสู่บรรยากาศในรูปของ “ของเหลว”  โดยบิดวาล์วทวนเข็มนาฬิกาเพื่อบังคับให้น้ำยานั้นไหลออกจากภาชนะสู่บรรยากาศในรูปของ “ของเหลว”
               
5.3) ภาชนะ “มีไส้ท่อหรือหลอดนำน้ำยาอยู่ภายใน มีวาล์วควบคุมเพียงหนึ่งวาล์วคือวาล์วควบคุม “ของเหลว” และเป็นวาล์วขึ้นรูปชุดเดียว มีทางออกของน้ำยาเพียงทิศทางเดียว ภาชนะและวาล์วมีลักษณะแข็งแรงและทนทาน” ให้เปิดวาล์วและใช้งานได้ทันที โดยที่น้ำยาจะต้องพุ่งออกจากภาชนะในรูปของ “ของเหลว” หากน้ำยาพุ่งออกมาในสถานะของ “ก๊าซ” ให้ดำเนินการถ่ายน้ำยาออกตามวิธีในข้อ 5.1
               
5.4) ภาชนะ “มีไส้ท่อหรือหลอดนำน้ำยาอยู่ภายใน เป็นวาล์วขึ้นรูปสองชุดแยกอิสระจากกัน วาล์วชุดแรกควบคุม “ก๊าซ” และวาล์วชุดที่สองควบคุม “ของเหลว” มีทางเข้าออกของน้ำยาวาล์วละหนึ่งทิศทางรวมทั้งสิ้นคือสองทิศทาง ภาชนะและวาล์วมีลักษณะแข็งแรงและทนทาน” ให้เลือกวาล์วที่บังคับเปิดน้ำยาออกสู่บรรยากาศในรูปของ “ของเหลว”  โดยบิดวาล์วทวนเข็มนาฬิกาเพื่อบังคับให้น้ำยานั้นไหลออกจากภาชนะสู่บรรยากาศในรูปของ “ของเหลว” 

6.การบรรจุน้ำยาแอร์ BPX-55 ในขณะไม่เดินเครื่องให้ทำสุญญากาศและถ่ายบรรจุน้ำยาในสถานะ “ของเหลว” ให้ไหลเข้าสู่ระบบจนน้ำยาแอร์หยุดไหลเอง จากนั้นจึงเริ่มเดินเครื่องและปล่อยน้ำยาออกจากถังในรูปของ “ของเหลว” ตามที่แนะนำในข้อ 5 และควบคุมการไหลของน้ำยาผ่านอุปกรณ์แมนิโฟลด์เกจจ์ให้น้ำยาค่อย ๆ เปลี่ยนสถานะจากของเหลวกลายเป็นไอหรือก๊าซเข้าสู่คอมเพรสเซอร์ด้วยการควบคุมการเปิดปิดวาล์วที่แมนิโฟลด์เกจจ์หรือที่วาล์วของภาชนะสลับกันไปเป็นระยะ ๆ หรืออาจใช้อุปกรณ์ที่ช่วยปรับลดแรงดันและปรับสภาพน้ำยาที่ถ่ายออกจากภาชนะให้เปลี่ยนสถานะกลายเป็น “ก๊าซ” ก่อนเข้าสู่ตัวคอมเพรสเซอร์ได้เช่นเดียวกัน ในขณะที่เดินระบบแล้วเพื่อลดการสึกหรอของคอมเพรสเซอร์ หากบริเวณวาล์วด้านดูดของคอมเพรสเซอร์มีน้ำแข็งเกาะให้ปิดวาล์วที่ภาชนะหรือแมนิโฟลด์เกจจ์แล้วรอจนกว่าน้ำแข็งจะละลายจึงสามารถบรรจุน้ำยาเข้าไปในคอมเพรสเซอร์ต่อได้ หากยังดำเนินต่อไปขณะที่มีน้ำแข็งเกาะบริเวณด้านดูดหรือฝั่ง Suction ของคอมเพรสเซอร์  น้ำยาในสถานะของ “ของเหลว” ที่ยังไม่เปลี่ยนสถานะหรือเปลี่ยนสถานะกลายเป็น “ก๊าซ” ไม่ทันเนื่องจากข้อจำกัดในเรื่องของขนาด, ระยะเวลา, ความเร็วของน้ำยาที่อยู่ในท่อหรือในสายน้ำยาแอร์รวมไปถึงอุณหภูมิรอบข้างที่ไม่เอื้อให้น้ำยาเปลี่ยนสถานะจาก “ของเหลว” เป็น “ก๊าซ” จะทำให้คอมเพรสเซอร์ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงและชำรุดสึกหรอได้ การควบคุมให้ “ของเหลว” ไหลออกจากภาชนะแล้วควบคุมให้ “ของเหลว” กลายเป็น “ไอ” หรือ “ก๊าซ” ก่อนเข้าสู่คอมเพรสเซอร์จึงต้องดำเนินการโดยผู้ที่ชำนาญการเท่านั้น
 
7.น้ำยาแอร์ BPX-55 ใช้ปริมาณในอัตราน้อยกว่า R22 ร้อยละ 80 แต่มีอัตราการใช้ในระบบเดียวกันใกล้เคียงหรือเทียบเท่ากับ R407c
 
8.เมื่อเติมน้ำยา BPX-55 เข้าสู่ระบบเรียบร้อยจากนั้นตรวจสอบแรงดันไอด้านดูด (Suction) และด้านอัดออก (Discharge)แรงดันไอหรือก๊าซนี้ต้องลดต่ำลงและอัตราการใช้กระแสไฟฟ้าหรือพลังงานต้องลดลงทันที การควบคุมความเย็นต้องทำได้ตามมาตรฐานหรือใกล้เคียงกับน้ำยาแอร์ R22 ในระบบเดิม 
 
9.น้ำมันคอมฯ POE สามารถใช้ร่วมกันได้กับน้ำยาแอร์ BPX-55, R407c, R22 หรือกลุ่มสาร HFCs, HCFCs
 
10.น้ำมันคอมฯ MO สามารถใช้ร่วมกันได้กับน้ำยาแอร์ R22 หรือกลุ่มสาร HCFCs เท่านั้น
 
11.การใช้น้ำยาล้างระบบความดันสูง F-9000เพื่อล้างชำระสิ่งสกปรกและคราบน้ำมันภายในระบบหากเป็นระบบที่มีการเดินท่อระยะสั้นไม่จำเป็นต้องใช้ไนโตรเจนเป็นอุปกรณ์ช่วยในการผลักดันให้แก่น้ำยาล้างระบบความดันสูง F-9000 นี้อีก เว้นเสียแต่ในกรณีที่มีการเดินท่อระยะยาวอาทิ 10 – 40 เมตรขึ้นไป เช่นนี้จำเป็นต้องใช้ไนโตรเจนเพื่อบรรจุเข้าสู่ระบบผลักดันให้แน่ใจว่าจะไม่มีน้ำยา F-9000 นี้ตกค้างในระบบ
 
11.วิธีการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างระบบความดันสูง F-9000ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด จะต้องบรรจุน้ำยาเข้าสู่ชุดอุปกรณ์ที่จะล้างจนแน่ใจว่าน้ำยาล้างระบบความดันสูงนี้เข้าไปอยู่ในระบบจนเต็มพื้นที่ภายในท่อทางเดินของน้ำยาหรือระบบ โดยแนะนำให้ทำการปิดทางออกของอุปกรณ์, ชิ้นงานหรือระบบไว้โดยใช้เกจจ์วัดความดันภายใน ความดันที่สำแดงว่าน้ำยาเข้าไปเต็มระบบแล้วคือความดันที่อัตรา 70 ปอนด์ต่อตารางนิ้วซึ่งหมายถึงน้ำยาได้ถูกบรรจุเข้าไปจนเต็มระบบแล้ว จากนั้นให้ปล่อยน้ำยาค้างเอาไว้ในระบบ, ชิ้นงานซึ่งได้ปิดทางออกหรือบล็อกน้ำยาไว้แล้วช่วงเวลาหนึ่งเพื่อให้น้ำยาได้ทำละลายคราบสกปรกออกจากระบบหรือชิ้นงานและนำออกมาพร้อมกับน้ำยา F-9000™ ในขั้นตอนอัดออกครั้งสุดท้าย
 
12.ในกรณีที่คอมเพรสเซอร์เดิมที่จะมีการเปลี่ยนถ่ายระบบ ระบุไว้ว่าสามารถใช้ร่วมกับน้ำยาแอร์ R22/R407c ซึ่งหมายถึงสามารถใช้ร่วมกับน้ำยาแอร์ R22 หรือ R407c ทั้งสองชนิดนี้ได้ ให้ตีความว่าสามารถใช้ร่วมกับน้ำยาแอร์ BPX-55™ ได้ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งหมายความว่าคอมเพรสเซอร์ระบบเดิมนั้นได้บรรจุน้ำมันคอม POE ซึ่งรองรับทั้งน้ำยาแอร์ R22 (น้ำยาแอร์ชนิด HCFCs) และ R407c (น้ำยาแอร์ชนิด HFCs)เมื่อน้ำมันคอม POE สามารถใช้ร่วมกับน้ำยาแอร์ชนิด HFCs ในที่นี้หมายถึง R407c ได้ จึงสามารถใช้ได้กับน้ำยาแอร์ BPX-55™ โดยที่ไม่จำเป็นต้องทำการถ่ายน้ำมันคอม POE เก่าออกจากระบบเพื่อเปลี่ยนเป็นน้ำมันคอม POE ใหม่อีก ซึ่งจะทำให้สิ้นเปลือง, เสียเวลาและเกินความจำเป็น เว้นเสียแต่ในกรณีที่ลูกค้าต้องการที่จะต้องการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์น้ำมันคอม POE ใหม่เป็นน้ำมันคอม POE HYPERFROZ XL32 (สินค้าภายใต้แบรนด์ของ BLUE PLANET®)

13.ในกรณีที่ไม่สามารถทราบได้ว่าระบบดั้งเดิมนั้นคอมเพรสเซอร์เป็นน้ำมันคอม MO หรือ POE เช่น ฉลากหรือป้ายที่ระบุลบเลือนหรือสูญหาย ไม่สามารถติดต่อซัพพลายเออร์รายเดิมได้ ระบุชื่อรุ่นเพื่อตรวจสอบติดตามไม่ได้ ให้อนุมานว่าระบบดั้งเดิมใช้น้ำมันคอม MO ในคอมเพรสเซอร์ ให้ทำการถ่ายน้ำมันเก่าออกและเปลี่ยนน้ำมันคอมใหม่เป็นน้ำมันคอม POE HYPERFROZ XL32 ของ BLUE PLANET® เท่านั้น
 
14.ผู้ดำเนินการ RETROFIT (การเปลี่ยนถ่ายน้ำยาแอร์และ/หรือน้ำมันคอมชนิดใหม่ทดแทนในระบบเดิม) น้ำยาแอร์ BPX-55™ เพื่อใช้ทดแทนน้ำยาแอร์ R22 โปรดศึกษาคู่มือโดยละเอียดอาทิ วิธีการใช้งาน BPX-55™ และวิธีการใช้น้ำยาล้างระบบความดันสูง F-9000™ ตลอดจนเทคนิคการใช้งานน้ำมันคอมเพรสเซอร์ HYPERFROZ™ XL32 โดยได้ดำเนินงานตามขั้นตอนเคร่งครัด 


หมายเหตุ:

* BPX5500 และ BPX4400 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น BPX-55
 และ BPX-44

* เหมาะสำหรับผู้ที่มีเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องทำความเย็นระบบ R22 เป็นจำนวนมากที่ต้องการ

"ลดภาวะโลกร้อน" 
"ลดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนระบบเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องทำความเย็นใหม่" 
"ต้องการเข้าสู่ระบบ ISO14000 และ 50001"
"ต้องการประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น 15-25%"
"ไม่ต้องการใช้น้ำยาแอร์ที่เป็นกลุ่มสารติดไฟ"
"ต้องการน้ำยาแอร์ที่มีแรงดันต่ำไม่ต้องการใช้น้ำยาแอร์กลุ่มแรงดันสูง"
"ต้องการใช้ทดแทนในระบบ R22 ได้ทันที"  

 
 
by Jackie Blue
www.blueplanet.co.th